Instruments
Verse 1
อีกไม่นาน ตะวันจะลาลับ พ่อจับมือกลับบ้านกับลูกชาย
พ่อชี้ให้มอง ที่ฟ้าไกล ว่าเปรียบดังวัยของพ่อในยามนี้
แต่เจ้ายังอยู่ในวัยตะวันเช้า เรื่องราวต่างๆ รอการเข้าใจ
พอพ่อชี้มือ ลูกมองตามไป และวิ่งออกไปที่ดวงตะวัน
พอลูกหกล้ม พ่อก็มอง ลูกร้องไห้ วิ่งมาหาพ่อ
คำปลอบโยน จึงมีเพียงความจริง ที่เจ้าต้องเจอ
ว่าเจ้าจะสมหวังและจะผิดหวัง เจ้าจะได้เห็น ดวงตะวัน ที่ขึ้นและลง
และจะได้ยิ้ม หัวเราะ และร้องไห้ อีกหลายครั้ง
แต่ถ้าเจ้าถาม แล้วทิศทางใด ที่ลูกควรไป โปรดพ่อช่วยชี้ทางบอก
เรื่องนั้น พ่อคงจนใจ ไม่อาจจะชี้ทาง
Hook
เพราะพ่ออยู่ในโลกของวันนี้ ส่วนเจ้านั้นอยู่ในโลกของวันพรุ่ง
คงเป็นโลกที่พ่อไม่อาจแม้ จะเข้าใจ พ่อจึงหวังแค่เพียง
เจ้ายืนหยัดด้วยตัวของตัวเอง อย่าได้คิดพึ่งพาผู้ใด
แม้จะยากจน ก็ขอจนอย่างเข้มแข้ง
และถึงแม้วันนึง เจ้าไม่เหลือใคร จงจำเอาไว้จะยังไงพ่อยังอยู่กับเจ้า
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
Verse 2
เจ้าจะไปทางใด จะซ้ายจะขวา ตัดสินใจมาเถอะพ่อจะไปด้วย
สำเร็จจะเป็นไร ล้มเหลว จะเป็นไร
ขอแค่เพียง ในยามที่ยังหายใจ ตัวเจ้าได้ใช้ชีวิตได้ฟันฝ่า
ได้เดินไปบนเส้นทาง บนทางที่เลือกเอง
Hook 2
เพราะพ่ออยู่ในโลกของวันนี้ ส่วนเจ้านั้นอยู่ในโลกของวันพรุ่ง
คงเป็นโลกที่พ่อไม่อาจ แม้ ไปเยี่ยมเยือน พ่อจึงหวัง แค่เพียง
เจ้ายืนหยัดด้วยตัวของตัวเอง อย่าได้คิดหลอกลวงผู้ใด
แม้จะยากจน ก็ขอจนอย่างเข้มแข้ง
และถึงแม้วันนึง เจ้าไม่เหลือใคร จงจำเอาไว้จะยังไงพ่อยังอยู่กับเจ้า
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
พ่ออยู่ในตัวของเจ้าเสมอ
พ่ออยู่ในตัวของเจ้า...
Bridge
เพราะอย่างนั้น วันใดที่เจ้ายากจน จงเรียก ชื่อพ่อขึ้นมา
ความคิดของพ่อเจ้าจะได้ยินอยู่เสมอ
ความจนใช่ว่าต้องทุกข์ ความสุขใช่ว่า ต้องร่ำรวย
สุข ทุกข์ จน รวย เพียงเจ้าแยกมันออกจากกัน
Verse 3
เพราะอีกไม่นาน ตะวันจะลาลับ พ่ออาจไม่ได้กลับไปพบลูกชาย
แสงสีทองที่ฟ้าไกล นั้นก็คือวัยของพ่อในยามนี้
เมื่อลูกหกล้ม พ่อจึงเฝ้ามอง ว่าเจ้าจะหยุดร้องไห้ แล้วเช็ดน้ำตา
ลุกยืนแล้วเดิน โดยที่ไม่ต้องหันมามอง
เมื่อลูกหกล้ม พ่อจึงเฝ้ารอ วันที่เจ้าหยุดร้องไห้ แล้วเช็ดน้ำตา
ลุกยืนแล้วเดิน โดยที่ไม่ต้องหันมามอง..
คุณพ่อคนนี้ คุณพ่อคนนี้