Intro
Verse
ฉัน ยืนอยู่หน้าภูเขาที่ชื่อว่า ความฝัน
ไม่มีบันไดเลื่อนหรือกระเช้าทั้งสูงและชัน
มาอยู่ตรงนี้เพราะอยากจะปีนมันขึ้นไป
อยากเห็นฟ้าสีครามและแสงทองผ่องอำไพ
จะขึ้นไป ตามเสียงร้องเรียกจากภายใน
เสียงจากหัวใจจะทำไปโดยไม่อายใคร
แค่คิด ว่าคงเสียดายถ้าไม่ได้ลองก่อนตายไป
จึงปีนออกจากกำแพงแห่งความกลัวในหัวใจ
กระชับ เชือกรองเท้าแล้วก้าวซ้ายตามด้วยขวา
ยิ่งมากขึ้น ยิ่งเมื่อยขา เหงื่อชุ่มกายา
ยังก้าวไป สวนกับแรงโน้มถ่วงที่ยังทำงาน
แม้ชีวิตอาจไม่สวยงามสดใส เหมือนในนิทาน
บนยอดเขานั้นอาจไม่มีเงินทองลาภยศ
ป่าที่รุ่นพี่ถางแค่ทางเดินใช่ทางรถ
อุปสรรคลำบากลำบนอดทนคนถามทำไม?
ทุกครั้งฉันยิ้มแล้วตอบไปฉันมีความสุขที่ไ¬ด้ขึ้นบันได
Hook
จะเดิน จนกว่าเดินไม่ไหว ขึ้นบันได ไปข้างบนฟ้า ด้วยขาของคนธรรมดา
Verse 2
(เป็นเพียงคนธรรมดาจะไปให้ถึงนภา)
เปิดประตู ออกไปสู่ทางที่ฝันไม่ไหวหวั่น ฉันจะตามหา
จนวันสุดท้ายก็แค่หลับตา (ลา ลา ลา ลา ลา)
Verse 3
การกระทำในสิ่งที่รักอาจฟังดูไม่ฉลาด
เพราะความสุขทางใจ ไม่มีราคาเลยซักกะบาท
แต่บางคน มีทุกอย่างเหลือแค่ความสุขที่ขาด
เพราะฝันของเขายังเป็นแค่ภาพในอากาศ
ถ้าคุณมีฝัน ก็อย่ารอจนหมดไฟ ปล่อยเวลาผ่านจนถึงวันที่หมดวัย
ไฟโอกาสอาจเปลี่ยนจากเขียวเป็นแดง
เพราะถึงวันนั้นคุณอาจเป็นปู่เป็นย่าที่ไม่¬่มีแรง
หากพรุ่งนี้ คุณถูกอุกาบาตทับ
อยากให้นักข่าวทีวีรายงานว่าคุณเป็นใครครู¬บ
อยากเห็นตัวเป็นอะไรในเดลินิวส์และไทยรัฐ
จะตายตอนกำลังเซ็ง หรือกำลังทำสิ่งที่ใจรัก
และตัวฉัน เลือกจะตายบนทางฝัน ยังอีกไกล แค่ทำต่อไป ทุกวัน
จนกว่าจะก้าวไม่ออก ปอดไม่หายใจ
อาจตายบนเขาแค่เพียงไหล่แม้ไม่ถึงยอด ก็ไม่เป็นไร